ข่าวการศึกษาอาเซียน 2560

ไตร่ตรองศธภ.ขู่ล้มกระดานแม้ไม่จำเป็นต้องมี

“หมอธี” บอกหมายมั่นมีกศจ.หมายมั่นบูรณาการร่วมกันกับพื้นที่ ขู่ถ้าหากบูรณาการร่วมกันไม่ได้อาจต้องตริตรองว่า จำเป็นต้องมีหรือเปล่า พร้อมสั่งทบทวนศธภ.สมมติว่าไม่จำเป็นก็ต้องล้มกระดาน จากปัญหาการจัดการงานบุคลากรในรูปแบบของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด(กศจ.)เหตุบรรจุครูสาว 2 คน นั้น วันนี้(13พ.ย.)นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ พูดว่า เหตุการณ์นี้ถือเป็นกรณีศึกษาซึ่งต้องหาทางขจัดปัญหา แต่คงไม่ไปแก้ไขคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 19/2560 เรื่องราวการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ เพราะการมีกศจ.ก็เป็นมุ่งหมายที่ดี พร้อมทั้งศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ก็ยังทำงานดีอยู่ กระนั้นก็ตาม คำสั่ง คสช. ฉบับที่19/2560 เดิมกำหนดให้มีศึกษาธิการภาค (ศธภ.)18 ภาค แต่นายกรัฐมนตรีประสงค์ให้เหลือ 6 ภาค

เพื่อที่จะให้สอดรับกับการแบ่งประเทศเป็น 6 ภูมิภาค แต่ในทางปฏิบัติกลับพบว่า คนที่ได้เป็น ศธภ.ไปนั่งไม่กี่เดือน ก็ขอย้ายถิ่นมาเป็นผู้ตรวจราชการ ศธ. โดยให้เหตุว่าไม่ค่อยมีงานทำ จึงทำให้ตำแหน่ง ศธภ.ซึ่งเป็นระดับ 10 ว่างลง แล้วคนที่เป็น รอง ศธภ.ก็ประสงค์สไลด์ขึ้นมาระดับ10 อัตโนมัติ “ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูพร้อมทั้งบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.) มีการเตือนแล้ว ว่า การโยกย้ายของศธภ.จะเปิดช่องว่างให้คนขึ้นระดับ10 โดยการเลื่อนตำแหน่งอัตโนมัติ ซึ่งสิ่งนี้ ไม่เป็นธรรมาภิบาล เนื่องจากคนที่โยกย้ายมาเป็นรอง.ศธภ.ก็ทำงานไม่กี่เดือน ผมจึงสั่งให้ชะลอการแต่งตั้งแล้วให้รักษาราชการไปก่อน

เนื่องจากประสงค์ให้มีความชำนาญเข้าใจงานของตัวเอง การเติบโตแบบด่วนเร็วเกินไปทำให้ไม่มีความเชี่ยวชาญแล้วอนาคตมันจะเกิดอะไรขึ้น เช่นนี้ภายหน้าอาจต้องมีการไตร่ตรองด้วยว่าศึกษาธิการภาคมีความจำเป็นหรือไม่ก็ได้” รมว.ศธ. กล่าวและว่า เรื่องอาจารย์ทั้งสองคนเป็นตัวอย่างที่ดี เพราะว่าหมายใจการมีกศจ.ก็พอให้มีการบูรณาการร่วมกันกับเขตพื้นที่ แต่หากว่าบูรณาการไม่ได้ก็ต้องสอบถามว่าควรจะมีต่อไปใช่ไหม ทั้งนี้ทั้งนั้นเรื่องนี้มันลึกซึ้งคงต้องค่อยๆขจัดปัญหา

ข่าวการศึกษาอาเซียน 2560