นายเอกชัย กี่สุขพันธ์

กมว.วางแผนจัดการครูกั๊กวิชา เพื่อสอนพิเศษ

ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) พูดว่า เมื่อไม่นานมานี้ ในที่ประชุม กมว.ได้มีความเห็นอนุมัติรายละเอียดของร่างมาตรฐานวิชาชีพครู 4 ด้าน ตามที่คณะอนุกรรมการปรับปรุงมาตรฐานวิชาชีพเสนอ คือ 1.ด้านค่านิยมพร้อมด้วยคุณลักษณะความเป็นผู้สอน จะมีรายละเอียด อาทิเช่น การเป็นพลเมืองที่หนักแน่น กระทำตนเป็นแบบอย่างที่ยอดเยี่ยมมีคุณธรรมพร้อมด้วยจริยธรรม การสร้างแรงบันดาลใจ พร้อมด้วยพัฒนานักเรียน เป็นต้น 2.ความรู้พร้อมด้วยศาสตร์การสอน ตัวอย่างเช่น การรู้เท่าทันสังคม การรู้เกี่ยวกับนักเรียน กับเข้าใจเกี่ยวกับหลักสูตร เป็นต้น 3.ด้านการปฏิบัติงานในภาระอาจารย์ ตัวอย่างเช่น การพัฒนาหลักสูตรการจัดการเรียนรู้ สื่อและการวัดกับประมวลผลการศึกษา การวางแผนการกับจัดการเรียน เป็นต้นและ 4.ด้านความสัมพันธ์กับผู้ปกครองพร้อมด้วยชุมชน ได้แก่ การเข้าถึงบริบทชุมชน ความร่วมมือกับผู้ปกครองในการพัฒนาพร้อมด้วยขจัดปัญหาผู้เรียนรู้ให้มีคุณภาพที่ต้องการ เป็นอาทิ

โดยในวันที่ใน 30 เดือนพฤศจิกายนนี้ จะมีการเสนอหลักเกณฑ์วิชาชีพครูใหม่เข้าสู่การนึกตรองในที่ประชุคณะกรรมการคุรุสภาด้วย “มาตรฐานวิชาชีพดังกล่าวข้างต้นครั้นเมื่อได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการคุรุสภาแล้ว จะใช้เป็นแนวให้สถาบันที่ผลิตคุณครูนำไปจัดทำหลักสูตรการเรียนการสอน พร้อมกับผมรับทราบข้อมูลมาว่า เวลานี้กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) 38 แห่ง พร้อมกับมหาวิทยาลัยกลุ่มเก่าจำนวน 17 แห่ง เห็นตามกับการผลิตอาจารย์ 4 ปีหมดแล้ว กับรับทราบว่ามีมหาวิทยาลัยจะเริ่มต้นหลักสูตรผลิตครู 4 ปีให้ทันภายในปีการศึกษา 2562 โดยเหตุนั้นขั้นตอนจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ก็จะต้องนำมาตรฐานวิชาชีพไปเป็นแบบแผนในการจัดทำมาตรฐานคุณวุฒิระดับปริญญาตรี สาขาครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ หลักสูตร 4 ปีด้วย“ ประธาน กมว.กล่าวและว่า ถึงอย่างไร จากนี้ทางคณะอนุกรรมการพัฒนามาตรฐานวิชาชีพ จะต้องดำเนินงานยกร่างมาตรฐานวิชาชีพของผู้บริหารสถานที่เรียนพร้อมกับผู้บริหารการศึกษา 3 กลุ่ม ประกอบด้วย 1.ผู้บริหารสถานศึกษา 2.ผู้บริหารการศึกษา พร้อมด้วย 3.ศึกษานิเทศก์ โดยจะต้องลงมือให้เร็วที่สุด คาดว่าน่าจะเสร็จสิ้นอยู่ใน 3-4 เดือนนี้ เพื่อจะให้สถาบันที่เปิดสอนปริญญาโทด้านการศึกษา สามารถนำไปใช้เป็นแบบแผนในการพัฒนาหลักสูตรได้ นายเอกชัย พูดต่อว่า ดังนี้ที่ประชุมยังได้มอบให้คณะอนุกรรมการกลั่นกรองการพิจารณาการทำผิดจรรยาบรรณทางวิชาชีพ นึกตรองกรณีของจรรยาบรรณทางวิชาชีพครูใหม่ เพราะว่าที่ผ่านมาจรรยาบรรณทางวิชาชีพอาจารย์มีการกำหนดเนื้อหาเยอะมาก

ด้วยเหตุนั้นตนจึงมองว่าควรมีการปรับให้กระชับพร้อมด้วยมีความแน่นอน พร้อมด้วยทันโลก อย่างเช่น คนที่ปฏิบัติภารกิจอาจารย์จะต้องไม่แสวงหาจากประโยชน์จากภาระการงานไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม โดยไม่ต้องลงข้อปลีกย่อย พร้อมด้วยตัวอย่างพึงประสงค์ ไม่พึงประสงค์มาเป็นกรอบ เป็นต้น ซึ่งถ้าหากเขียนในลักษณะนี้ ถ้าหากพบเจอ อาจารย์ที่สอนเปิดกวดวิชาแล้วบังคับลูกศิษย์ไปศึกษาเล่าเรียน พร้อมกับถูกผู้ปกครองร้องเรียนว่าสอนเด็กไม่เต็มที่ สามารถนำเข้าหัวข้อนี้มาวิเคราะห์ความผิดคุณธรรมในที่ประชุม กมว.ได้เลย หรือเงื่อนไขเกี่ยวกับพฤติกรรมที่เสื่อมเสียต่อวิชาชีพ พร้อมด้วยภาพลักษณ์ ซึ่งการระบุเท่านี้นับว่าแจ่มแจ้ง

เช่นนี้ถ้าพบคุณครูเล่นไลน์ เฟซบุ๊กจีบผู้เรียน หรือใช้ภาษาในเชิงชู้สาว ก็สามารถนำไปสู่การไตร่ตรองหัวข้อจรรยาบรรณได้ “นอกจากนี้ที่ประชุมหารือถึงการต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู เนื่องมาจากขณะนี้มีประเด็นปัญหาหัวข้อสถานที่เรียนไม่ปฏิบัติตรวจสอบว่าครูมีการต่อใบอนุญาตฯ มั้ย พร้อมทั้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ก็จำเป็นจะต้องใช้ข้อมูลประเด็นนี้เพื่อที่จะแจ้งให้ทางสถานศึกษาได้รับทราบ ซึ่งผมรู้ว่า สพท.คงจะยังไม่มีระบบในการจัดการประเด็นนี้ พร้อมด้วยที่ผ่านมามีการปล่อยให้ครูที่ใบอนุญาตฯ ถึงกำหนดสามารถปฏิบัติการสอนต่อได้ ด้วยเหตุนั้น กมว.จึงเห็นว่าควรมีมาตรการปฏิบัติการกับผู้ที่ไม่ต่อใบอนุญาตฯ เนื่องด้วยที่ผ่านมาไม่มีการกำหนดเพดานขั้นต่ำของค่าต่อใบอนุญาตล่าช้า เพราะฉะนั้นที่ประชุมจึงมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพินิจพิจารณากำหนดราคาเพดานขั้นสูงของค่าต่อใบอนุญาตล่าช้าพร้อมด้วยค่าปฏิบัติหน้าที่ให้กระจ่างต่อไป” ประธาน กมว.บอก